วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ความหมายและอธิบาย Hardware, Software และ Peopleware



ฮาร์ดแวร์ (Hardware)




ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง องค์ประกอบของตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้สามารถจับต้องได้ เช่น ซีพียู แป้นพิมพ์ จอภาพ ดิสก์ เครื่องพิมพ์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์แบ่งเป็น 5 ส่วน
1.       หน่วยรับเข้า (Input unit)
2.       หน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู (Central processing unit หรือ CPU)
3.       หน่วยความจำ (Memory unit)
4.       หน่วยส่งออก (Output unit)
5.       หน่วยเก็บจำรอง (Secondary storage)

หน่วยรับเข้า (Input unit)

หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)


               หน่วยรับเข้า(Input unit) ทำหน้าที่รับข้อมูลหรือคำสั่งเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ข้อมูลหรือคำสั่งนี้จะถูกนำไปเก็บไว้หน่วยความจำเพื่อเตรียมประมวลผล อุปกรณ์ที่ใช้ในการนำเข้าข้อมูลเช่น
-          เมาส์
-          แป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ด
-          จอสัมผัส
-          หน่วยขับแผ่นบันทึก
-          เครื่องกราดภาพหรือสแกนเนอร์
-          เครื่องอ่านอักขระหมึกแม่เหล็กหรือเอ็มไอซีอาร์

หน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู (Central processing unit หรือ CPU)



                หน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู (Central processing unit) ทำหน้าที่ประมวลข้อมูลตามคำสั่งที่โปรแกรมสำหรับหน่วยนี้จะประกอบด้วยหน่วยย่อย อีก 2 หน่วย คือ

1.       หน่วยควบคุม (Control unit หรือ CU)
2.       หน่วยคำนวณและตรรกะ (Arithmetic and logic unit หรือ  ALU)

               หน่วยความจำ (Memory unit) ทำหน้าที่เก็บข้อมูลหรือคำสั่งต่างๆ ที่ได้รับจากหน่วยรับเข้าเพื่อเตรียมให้หน่วยงานประมวลผลกลางนำไปประมวลผลและเก็บผลลัพธ์ที่ได้รับจากการประมวลผล เพื่อเตรียมให้หน่วยส่งออก
ประเภทของหน่วยความจำเช่น
1.       หน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่มหรือแรม (Random access memory หรือ RAM)
2.       หน่วยความจำอ่านอย่างเดียว (Read only memory หรือ ROM)

หน่วยส่งออก (Output unit)



              หน่วยส่งออก (Output unit)  ทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล สำหรับอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แสดงผล เช่น
-          จอภาพ
-          เครื่องพิมพ์
-          พล็อตเตอร์

หน่วยเก็บจำรอง (Secondary storage)




              หน่วยเก็บความจำรอง (Secondary storage) ทำหน้าที่เก็บข้อมูลหรือคำสั่งที่จะเข้าหน่วยความจำหลักก่อนที่จะประมวลผลด้วยซีพียู รวมทั้งเป็นแหล่งเก็บผลลัพธ์ที่ได้ผลแล้ว เพื่อนำไปใช้งานในภายหลัง อุปกรณ์ที่เป็นหน่วยเก็บรอง เช่น
-          จานแม่เหล็ก
-          เทปแม่เหล็ก
-          ซีดีรอม

ที่มา หนังสือวิทยาการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ






ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ต้องการอย่างอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพ ซอฟแวร์จะมีลักษณะเป็นชุดคำสั่งที่เขียนโดยภาษาคอมพิวเตอร์
ซอฟแวร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1.       ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software)
2.       ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)

ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software)

ซอฟต์แวร์ระบบ หมายถึง ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่เขียนขึ้น เพื่อควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ทุกอย่างและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น


1.       ระบบปฏิบัติการ (Operating system)
2.       โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility program)
3.       ดีไวซ์ไดเวอร์ (Device Driver หรือ Driver)
4.       โปรแกรมแปลภาษา (Translator)
                
ซอฟต์แวร์ระบบ แบ่งได้ 4 ชนิด ดังนี้
1.1 ระบบปฏิบัติการ (Operating System) หมายถึง ชุดโปรแกรมที่อยู่ระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประยุกต์มีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของฮาร์ดแวร์ และสนับสนุนคำสั่งสำหรับควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ให้กับซอฟต์แวร์ประยุกต์ เช่น Windows XP , DOS , Linux , Mac OS X


1.2 ยูทิลิตี้ (Utility Program) เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้เครื่องทำงานง่ายขึ้นเร็วขึ้น และการป้องกันการรบกวนโดยโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น โปรแกรมป้องกันไวรัส , โปรแกรม Defrag เพื่อจัดเรียงข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ใหม่ ทำให้การอ่านข้อมูลเร็วขึ้น , โปรแกรมยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม Uninstall Program , โปรแกรมบีบอัดไฟล์ (WinZip-WinRAR)เพื่อทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กลง ,โปรแกรมการสำรองข้อมูล(Backup Data)

1.3 ดีไวซ์ไดเวอร์ (Device Driver หรือ Driver) เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ติดต่อกับคอมพิวเตอร์ในส่วนการรับเข้าและการส่งออก ของแต่ละอุปกรณ์ เช่น เมื่อเราซื้อกล้องวีดีโอมาใหม่และต้องการนำเอาวีดีโอที่ถ่ายเสร็จ นำไปตัดต่อที่คอมพิวเตอร์ ก็ต้องติดตั้งไดเวอร์ หรือโปรแกรมที่ติดมากับกล้อง ทำการติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์รู้จักและสามารถรับข้อมูลเข้าและส่งข้อมูลออกได้
                    โดยปกติโปรแกรม windows ที่เรามีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีไดเวอร์ติดตั้งมาให้แล้วโดยเราไม่ต้องทำการติดตั้งไดเวอร์เอง เช่น ไดเวอร์สำหรับเมาส์ ,ไดเวอร์คีย์บอร์ด, ไดเวอร์สำหรับการใช้ USB Port , ไดเวอร์เครื่องพิมพ์ แต่ถ้าอุปกรณ์ใดไม่สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ก็ต้องหาไดเวอร์มาติดตั้งเพื่อให้สามารถใช้งานได้ ซึ่งต้องเป็นไดเวอร์ที่พัฒนามาของแต่ละบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์

1.4 ตัวแปลภาษา (Language Translator) คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่แปลภาษาระดับต่ำหรือระดับสูงเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจว่าต้องการให้ทำอะไร เช่น เมื่อโปรแกรมเมอร์ได้เขียนโปรแกรมเสร็จโดยเขียนในลักษณะภาษาระดับต่ำ (Assenbly) หรือภาษาระดับสูง (โปรแกรมภาษา C) เสร็จก็ต้องมีตัวแปลภาษาเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์อ่านเข้าใจ เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์จะเข้าใจเฉพาะตัวเลข 0 กับ ตัวเลข 1 เท่านั้น

ตัวแปลภาษาแบ่งได้ 3 ตัวแปล ดังนี้

          - แอสเซมเบลอ (Assembler) เป็นตัวแปลภาษาระดับต่ำให้เป็นภาษาเครื่อง เช่นแปลจากภาษา Assembly เป็นภาษาเครื่อง
          - อินเทอพรีเตอร์ (Interpreter) เป็นตัวแปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องโดยแปลทีละบรรทัดคำสั่ง เช่น โปรแกรมเมอร์ใช้โปรแกรมภาษา Basic ในการพัฒนาโปรแกรมแล้วแปลเป็นภาษาเครื่องทีละบรรทัดคำสั่ง
          - คอมไพเลอร์ (Compiler) เป็นตัวแปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องโดยแปลทั้งโปรแกรมทีเดียว เช่น โปรแกรมเมอร์ใช้โปรแกรมภาษา C ในการพัฒนาโปรแกรมแล้วแปลเป็นภาษา เครื่องโดยแปลทั้งโปรแกรมทีเดียว ซึ่งจะเป็นที่นิยมมากกว่า ข้อ 2

ซอฟต์แวร์ประยุกต์(Application Software)

                ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หมายถึง ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อทำงานเฉพาะอย่าง เช่น งานด้านธุรกิจ งานด้านวิทยาศาสตร์ งานเกี่ยวกับการคำนวณ ซอฟต์แวร์ประยุกต์สามารถแบ่งออกเป็น


1.       ซอฟแวร์หรือโปรแกรมสำเร็จ
2.       ซอฟแวร์หรือโปรแกรมเฉพาะงาน

ซอฟต์แวร์สำเร็จ

                  ซอฟต์แวร์สำเร็จ (package) เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความนิยมใช้กันสูงมาก ซอฟต์แวร์สำเร็จเป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้น แล้วนำออกมาจำหน่าย เพื่อให้ผู้ใช้งานซื้อไปใช้ได้โดยตรง ไม่ต้องเสียเวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีก ซอฟต์แวร์สำเร็จที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป และเป็นที่นิยมของผู้ใช้มี 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ซอฟต์แวร์ประมวลคำ (word processing software) ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน (spread sheet software) ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (data base management software) ซอฟต์แวร์นำเสนอ (presentation software) และซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล (data communication software)

                     1) ซอฟต์แวร์ประมวลคำ เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้สำหรับการพิมพ์เอกสาร สามารถแก้ไข เพิ่ม แทรก ลบ และจัดรูปแบบเอกสารได้อย่างดี เอกสารที่พิมพ์ไว้จัดเป็นแฟ้มข้อมูล เรียกมาพิมพ์หรือแก้ไขใหม่ได้ การพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ก็มีรูปแบบตัวอักษรให้เลือกหลายรูปแบบ เอกสารจึงดูเรียบร้อยสวยงาม ปัจจุบันมีการเพิ่มขีดความสามารถของซอฟต์แวร์ประมวลคำอีกมากมาย ซอฟต์แวร์ประมวลคำที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน เช่น วินส์เวิร์ด จุฬาจารึก โลตัสเอมิโปร

                     2) ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดคำนวณ การทำงานของซอฟต์แวร์ตารางทำงาน ใช้หลักการเสมือนมีโต๊ะทำงานที่มีกระดาษขนาดใหญ่วางไว้ มีเครื่องมือคล้ายปากกา ยางลบ และเครื่องคำนวณเตรียมไว้ให้เสร็จ บนกระดาษมีช่องให้ใส่ตัวเลข ข้อความหรือสูตร สามารถสั่งให้คำนวณตามสูตรหรือเงื่อนไขที่กำหนด ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ตารางทำงานสามารถประยุกต์ใช้งานประมวลผลตัวเลขอื่น ๆ ได้กว้างขวาง ซอฟต์แวร์ตารางทำงานที่นิยมใช้ เช่น เอกเซล โลตัส

                    3) ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล การใช้คอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งคือการใช้เก็บข้อมูล และจัดการกับข้อมูลที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์ จึงจำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์จัดการข้อมูล การรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกันไว้ในคอมพิวเตอร์ เราก็เรียกว่าฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลจึงหมายถึงซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการเก็บ การเรียกค้นมาใช้งาน การทำรายงาน การสรุปผลจากข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลที่นิยมใช้ เช่น เอกเซส ดีเบส พาราด็อก ฟ๊อกเบส

                    4) ซอฟต์แวร์นำเสนอ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูล การแสดงผลต้องสามารถดึงดูดความสนใจ ซอฟต์แวร์เหล่านี้จึงเป็นซอฟต์แวร์ที่นอกจากสามารถแสดงข้อความในลักษณะที่จะสื่อความหมายได้ง่ายแล้วจะต้องสร้างแผนภูมิ กราฟ และรูปภาพได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์นำเสนอ เช่น เพาเวอร์พอยต์ โลตัสฟรีแลนซ์ ฮาร์วาร์ดกราฟิก

                      5) ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลนี้หมายถึงซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้ไมโครคอมพิวเตอร์ติดต่อสื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นในที่ห่างไกล โดยผ่านทางสายโทรศัพท์ ซอฟต์แวร์สื่อสารใช้เชื่อมโยงต่อเข้ากับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถใช้บริการอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ สามารถใช้รับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้โอนย้ายแฟ้มข้อมูล ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล อ่านข่าวสาร นอกจากนี้ยังใช้ในการเชื่อมเข้าหามินิคอมพิวเตอร์หรือเมนเฟรม เพื่อเรียกใช้งานจากเครื่องเหล่านั้นได้ ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลที่นิยมมีมากมายหลายซอฟต์แวร์ เช่น โปรคอม ครอสทอล์ค เทลิก

ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ

                       การประยุกต์ใช้งานด้วยซอฟต์แวร์สำเร็จมักจะเน้นการใช้งานทั่วไป แต่อาจจะนำมาประยุกต์โดยตรงกับงานทางธุรกิจบางอย่างไม่ได้ เช่นในกิจการธนาคาร มีการฝากถอนเงิน งานทางด้านบัญชี หรือในห้างสรรพสินค้าก็มีงานการขายสินค้า การออกใบเสร็จรับเงิน การควบคุมสินค้าคงคลัง ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะสำหรับงานแต่ละประเภทให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้แต่ละราย

                        ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะมักเป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้พัฒนาต้องเข้าไปศึกษารูปแบบการทำงานหรือความต้องการของธุรกิจนั้น ๆ แล้วจัดทำขึ้น โดยทั่วไปจะเป็นซอฟต์แวร์ที่มีหลายส่วนรวมกันเพื่อร่วมกันทำงาน ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะที่ใช้กันในทางธุรกิจ เช่น ระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัดจำหน่าย ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม บริหารการเงิน และการเช่าซื้อ

                       ความต้องการของการใช้คอมพิวเตอร์ในงานทางธุรกิจยังมีอีกมาก ดังนั้นจึงต้องมีความต้องการผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะต่าง ๆ อีกมากมาย

ที่มา  หนังสือวิทยาการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ
           http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/software/software/






บุคลากร  (Peopleware)




                บุคลากร หมายถึง เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ จะมีหน้าที่และความรับผิดชอบแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ทำงาน
บุคลากรสามารถแบ่งออกตามหน้าที่ได้เป็น 5 ประเภท คือ
1.       ผู้ใช้ (User)
2.       หัวหน้าหน่วยงาน  (EDP manage)
3.       บุคลากรด้านปฏิบัติการ (Operation group)
4.       บุคลากรด้านการเขียนโปรแกรมและระบบ (Systems and programming group)
5.       บุคลากรด้านการสนับสนุนทางเทคนิค (Technical support group)


                ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ (User) หมายถึงผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป สามารถทำงานตามหน้าที่ในหน่วยงานนั้นๆ เช่น การพิมพ์งาน การป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิคต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ก็ได้

               ผู้ดูแลและซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์ (Supporter) หมายถึงผู้ดูแลและคอยตรวจสอบสภาพเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้มีสภาพความพร้อมที่จะทำงานได้ตลอดเวลา กลุ่มนี้จะเรียนรู้เทคนิคการรักษา ดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ ตลอดการต่อเชื่อม ตลอดจนการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ค่อนข้างดี

                ผู้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Programmer) หมายถึงผู้เขียนโปรแกรมตามผู้ออกแบบและวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์เป็นผู้กำหนด เพื่อให้ได้โปรแกรมที่ตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานในองค์กร กลุ่มนี้จะศึกษามาทางด้านภาษาคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ สามารถเขียนคำสั่งคอมพิวเตอร์โดยภาษาต่างๆ ได้ และเป็นนักพัฒนาโปรแกรมให้คนอื่นเอาไปใช้งาน

               ผู้ออกแบบและวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ (System Analysis) เป็นผู้ที่มีหน้าที่พิจารณาว่าองค์กรควรจะใช้คอมพิวเตอร์ในลักษณะใดจึงจะเหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุดและได้คุณภาพดี เป็นผู้ออกแบบโปรแกรมก่อนส่งงานไปให้โปรแกรมเมอร์ทำงานในส่วนต่อไป

               ผู้บริหารระบบคอมพิวเตอร์ (System Manager) เป็นผู้มีหน้าที่บริหารทรัพยากรทุกชนิดที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร

ที่มา
http://home.kku.ac.th/regis/student/success/peopleware.html










วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ความหมายและอธิบายGPRS,3GและGPS




GPRS
 


      GPRS  หรือเรียกชื่อเต็มว่า General Packet Radio Service ซึ่งหมายถึง การส่งข้อมูลต่างๆในรูปแบบแพ็กเก็ต ที่ถูกแบ่งเป็นส่วนเล็กๆ ซึ่งมีความสามารถส่งผ่านข้อมูลโครงข่ายได้ดีกว่าแบบเดิม และยังช่วยเพิ่มอัตราการส่งข้อมูลสูงขึ้นอีกด้วย เทคโนโลยี GPRS นี้สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้การทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วขึ้น
   
      GPRS คือ
    - เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นบนเครือข่ายเดิมเพื่อให้การส่งข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว และสะดวกยิ่งขึ้น

     - เทคโนโลยีการส่งข้อมูลแบบรวดเร็ว ซึ่งใช้ได้กับเครือข่ายระบบ GSM ช่วยเพิ่มความรวดเร็วให้กับการติดตั้ง และทำให้ระยะเวลาในการส่งข้อมูลรวดเร็วยิ่งขึ้น
 
     - เทคโนโลยีที่สร้างขึ้นมาเพื่อการใช้ Mobile Internet ด้วยความสะดวกยิ่งขึ้น ทำให้ท่านสามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวก และง่ายดายผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่

      - นวัตกรรมใหม่ที่ทำให้การส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพด้วยความเร็วจากเดิมเพียงแค่ 9.6 Kbps เป็น 40 Kbps ช่วยให้ท่านสามารถเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ตได้ภายในเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่

      - การส่งข้อมูลแบบใหม่ในรูปแบบของมัลติมีเดีย ซึ่งจะประกอบไปด้วยรูปภาพที่เป็นกราฟฟิก เสียงและวิดีโอ เช่นการใช้ Video Conference
รูปแบบการให้บริการของ GPRS  

           - Textual And Visual Information บริการนี้เป็นจุดแตกต่างอย่างแรกที่ GPRS เหนือกว่า GSM ทั่วไป โดยสามารถส่งข้อมูลที่เป็นตัวอักษร หรือรูปภาพกราฟิกไปยังโทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวกรวดเร็วซึ่งจะทำให้ GPRS แทรกซึมเข้าสู่การใช้งานของคนทั่วไป ได้ทั้งข่าวความเคลื่อนไหว, ข้อมูลที่คนส่วนใหญ่สนใจ รวมทั้งบริการต่างๆ ที่จะเสริมเข้ามาในอนาคต
           - Still Images เป็นการส่งภาพนิ่งความละเอียดสูงไปมาระหว่างเครื่องด้วยกันได้ ทำให้สามารถส่งผ่านความรู้สึกดีๆ ผ่านภาพถ่าย หรือการ์ดอวยพรได้เลย รวมทั้งภาพที่ถ่ายได้จากกล้องดิจิตอล ก็สามารถโอนแล้วส่งต่อไปได้ทันที
           - Moving Images นอกเหนือจากภาพนิ่งแล้ว ภาพเคลื่อนไหวก็สามารถส่งต่อกันไปได้เช่นกัน เช่น การประชุมทางไกล หรือ การส่งภาพจากกล้องวงจรปิดไปยังโทรศัพท์มือถือ ในกรณีประยุกต์ใช้กับระบบรักษาความปลอดภัย
           - Chat เป็นคุณสมบัติที่คงจะถูกใจของผู้รักการคุยแบบไม่ใช้เสียง ซึ่งสามารถสนทนากันได้ทั้งแบบเป็นคู่ หรือเป็นกลุ่มได้อย่างสบายใจ ซึ่งจุดเด่นที่สำหรับ สามารถ Chat ได้ทุกที่ที่อยากจะ Chat
           - Web Browsing เป็นการเข้าสู่ World Wide Web ด้วยการใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งความเร็วมีให้เลือกตั้งแต่ 56 Kbps ไปจนถึง 112 Kbps การท่องเว็บจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แม้รูปแบบการแสดงผลจะแตกต่างจากการท่องเว็บ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง
           - E-Mail เป็นบริการพื้นฐานที่มีคนนิยมใช้งานมากที่สุดสำหรับการส่งข้อความ โดยจะมีการใช้ในรูปของ SMS (Short Message Service) ที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
           - File Transfer เป็นบริการโอนถ่ายไฟล์ข้อมูลซึ่งน่าจะใช้งานกันอย่างแพร่หลายขึ้น GPRS เพราะความเร็วดูจะเหนือกว่าการใช้งานผ่านโมเด็ม กับโทรศัพท์พื้นฐานที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันมาก โดยจะรองรับกับโปรโตคอล FTP และแอพพลิเคชั่นที่อ่านข้อความอย่าง Acrobat Reader
           - Audio แน่นอนว่าโทรศัพท์ต้องมีเสียง แต่บริการด้านเสียงของ GPRS จะเหนือกว่าโทรศัพท์มือถือเดิม ๆ ที่เรารู้จัก เนื่องจากความคมชัดของสัญญาณเสียงที่เหนือกว่า และยังประยุกต์ใช้ในการเก็บไฟล์เสียงเพื่อนำไปใช้งานในด้านต่างๆ ด้วย เช่น การวิเคราะห็รายละเอียดของเสียงในงานของตำรวจ เป็นต้น
           - Remote LAN Access เราสามารถเข้าถึงเครือข่ายความพิวเตอร์ โดยใช้โทรศัพท์มือถือ แทนเบอร์โทรศัพท์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านได้อย่างง่ายดาย ซึ่งความเร็วในการส่งถ่ายข้อมูลจะเหนือกว่าโทรศัพท์พิ้นฐานทั่วไป
           - Vehicle Positioning เป็นความสามารถในการบอกตำแหน่งของยานพาหนะที่เราใช้อยู่ โดยจะสามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียม ซึ่งจะสามารถบอกตำแหน่งที่เราอยู่โดยอ้างอิงกับ เครื่องโทรศัพท์มือถือได้อย่างแม่นยำ


การใช้  GPRS

    - เพราะ GPRS ช่วยให้ส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แม้ในช่วงเวลาที่มีการใช้อินเตอร์เน็ตมาก

    - เพราะ GPRS ทำให้ท่านเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าคุณอยู่ที่ใด และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
    - เพราะ GPRS ช่วยให้ท่านไม่ขาดการติดต่อ ท่านสามารถรับส่งเมล์ได้อย่างรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งเล่น ICQ

การพัฒนาเทคโนโลยี

             หลังจากที่วงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้มีการพัฒนาด้านการสื่อสารข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือและ None Voice Application อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถสื่อสารได้ทุกรูปแบบอย่างไร้ขีดจำกัดในระหว่างเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารด้วยเสียงหรือข้อมูล ดั้งนั้นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จึงได้พัฒนาและนำเทคโนโลยีอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เช่น

1. Short Message Service (SMS)
     
       - การใช้เทคโนโลยี SMS หรือการส่งข้อความที่กำลังได้รับความนิยมกันทั่วไปมากขึ้นทุกวันในบ้านเราขณะนี้

        - Sim Tool Kit โดยใช้ Sim Card ที่ทางผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้พัฒนาและเพิ่มเติมบริการไว้ให้ใช้งานและบริการต่าง ๆ ง่ายมากยิ่งขึ้น

2. Circuit Switched Data (CSD)

       - WAP หรือ Wireless Application Protocol ที่สามารถ Connect กับโลกของข่าวสารข้อมูลกับ Wap Site ต่าง ๆ ได้ทั่วโลกแม้กระทั้งในรูปแบบของ Wireless Internet

คุณสมบัติของระบบ GPRS 
  1. การโอนถ่ายข้อมูลที่มีความสามารถในการ รับ- ส่งผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้สูงถึง 9 - 40 kbps ซึ่งจะทำให้สามารถรับ- ส่งข้อมูลที่เป็น VDO Mail หรือ ภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆได้ พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้เร็ว และมีประสิทธภาพมากกว่าเดิมรวมถึงการ Down lode/Up lode ได้ง่ายยิ่งขึ้น
  2. Always On การเชื่อมต่อเครือข่ายและโอนถ่ายข้อมูลสามารถดำเนินต่อไป แม้ในขณะที่มีสายติดต่อเข้ามาก็ตาม จึงทำให้การโอนถ่ายข้อมูลไม่ขาดตอนลง
  3. Wireless Internet ที่เชื่อมต่อเข้ากับ Terminal เช่น PDA หรือ Note Book สามารถที่จะโอนถ่ายข้อมูลได้เร็วขึ้นจากที่เคยเป็นอยู่
ประโยชน์ของ GPRS

         - ประหยัดค่าใช้จ่าย  เทคโนโลยี GPRS จะทำให้การคิดอัตราค่าบริการในการใช้อินเตอร์เน็ต ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการรับ และส่งข้อมูล ไม่ใช่ช่วงเวลาในการเชื่อมต่อ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ จ่ายเพียงแค่อัตราค่าบริการในการดาวน์โหลด และอัพโหลดเท่านั้น
         - รวดเร็วยิ่งขึ้น  GPRS จะช่วยให้ท่านเชื่อมต่อ และรับข้อมูลจ่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตด้วยระยะเวลาที่รวดเร็วกว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ GSM ทั่วไป ทำให้การเข้าสู่ web หรือการรับส่งe-mail เป็นไปอย่างสะดวก และง่ายดาย
         - คุ้มค่า  เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อย แต่รับผลตอบแทนจากการรับ-ส่งข้อมูลอย่างมากมาย
         - น่าใช้  GPRS ทำให้ท่านได้รับข้อมูลในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบข้อความ หรือรูปแบบมัลติมีเดีย ซึ่งประกอบไปด้วยรูปภาพ เสียง และวีดิโอ ทำให้การติดต่อสื่อสารของคุณผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่ซ้ำซากอีกต่อไป

ที่มา

3หรือ Third Generation


3G หรือ Third Generation เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 อุปกรณ์การสื่อสารยุคที่ 3 นั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่ผสมผสาน การนำเสนอข้อมูล และ เทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าด้วยกัน เช่น PDA โทรศัพท์มือถือ
Walkman, กล้องถ่ายรูป และ อินเทอร์เน็ต
3G เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อเนื่องจากยุคที่ 2และ 2.5 ซึ่งเป็นยุคที่มีการให้บริการระบบเสียง และ การส่งข้อมูลในขั้นต้น ทั้งยังมีข้อจำกัดอยู่มาก การพัฒนาของ3G ทำให้เกิดการใช้บริการมัลติมีเดีย และ ส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สายด้วยอัตราความเร็วที่สูงขึ้น
ลักษณะการทำงานของ 3G
เมื่อเปรียบเทียบเทคโนโลยี 2G กับ 3G แล้ว3G มีช่องสัญญาณความถี่ และ ความจุในการรับส่งข้อมูลที่มากกว่า ทำให้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลแอพพลิเคชั่น รวมทั้งบริการระบบเสียงดีขึ้น พร้อมทั้งสามารถใช้ บริการมัลติมีเดียได้เต็มที่ และ สมบูรณ์แบบขึ้น เช่น บริการส่งแฟกซ์, โทรศัพท์ต่างประเทศ ,รับ-ส่งข้อความที่มีขนาดใหญ่ ,ประชุมทางไกลผ่านหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร, ดาวน์โหลดเพลง, ชมภาพยนตร์แบบสั้นๆ
Pic02_12

3G สามารถรับส่งข้อมูลในความเร็วสูงทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้ อย่างรวดเร็ว และ มีรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น ประกอบกับอุปกรณ์สื่อสารไร้สายในระบบ 3G สามารถให้บริการระบบเสียง และแอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่ เช่น จอแสดงภาพสี, เครื่องเล่นmp3, เครื่องเล่นวีดีโอ การดาวน์โหลดเกม, แสดงกราฟฟิกและ การแสดงแผนที่ตั้งต่างๆ ทำให้การสื่อสารเป็นแบบอินเตอร์แอคทีฟ ที่สร้างความสนุกสนาน และ สมจริงมากขึ้น
คุณสมบัติหลักของ 3G คือ มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องโทรศัพท์ (always on) นั่นคือไม่จำเป็นต้องต่อโทรศัพท์เข้าเครือข่าย และ log-in ทุกครั้งเพื่อใช้บริการรับส่งข้อมูล ซึ่งการเสียค่าบริการแบบนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายเท่านั้น โดยจะต่างจากระบบทั่วไป ที่จะเสียค่าบริการตั้งแต่เราล็อกอินเข้าในระบบเครือข่าย

เทคโนโลยี3G นำไปใช้ประโยชน์
            เทคโนโลยี 3G นั้นเรามักจะคุ้นเคยในแง่การใช้งานด้าน Wireless Broadband, Video Call หรือการ download บรรดา content ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แต่นั่นเป็นเพียงแค่มุมมองในแง่ของการใช้งานด้านหนึ่ง ซึ่งเทคโนโลยี 3G สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงลึก ไม่ว่าจะเป็น ด้านการศึกษา สาธารณสุข ธุรกิจ การดำเนินชีวิต การพัฒนาบุคคลากร การยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงแหล่งความรู้ ด้านของเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ อื่นๆ รวมทั้งประโยชน์ ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่างๆมากมายเช่น
ประหยัดทรัพยากรณ์ธรรมชาติ เพราะใช้สื่ออิเล็คโทรนิคแทนกระดาษ (ด้วยความเร็วของ 3G) สามารถรับรู้ข่าวสารได้ ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยการเชื่อมต่อ 3Gสร้างความใกล้ชิดระหว่างบุคคลมากขึ้น โดยเฉพาะครอบครัว ด้วยการสนทนาแบบเห็นหน้าการติดต่อสื่อสารแบบเห็นหน้า ยังมีประโยชน์ในด้านของการระบุตัวตน ลดปัญหาอาชญากร หลอกลวง ปลอมตัวโทรศัพท์หลอกลวงต่างๆเราสามารถเห็นหน้าตา บุคคลิก สถานที่ ที่คนๆนั้นติดต่อมา เช่นกรณีมิจฉาชีพอ้างว่าโทรจาก เทคโนโลยี3G สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ลดภาวะโลกร้อน   ลดการเดินทางโดยไม่จำเป็น เป็นการส่งข้อมูลผ่านทาง เครือข่าย 3G แทนทำให้กระบวนการต่างๆ เร็วขึ้น

ประโยชน์ของ เทคโนโลยี3G 
             เทคโนโลยี3G กับ วงการแพทย์
Concept ของ Telehealth คือ เรื่องของอุปกรณ์วัดค่าตัวเลขระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่บนส่วนต่างๆ ของร่างกายเรา เพื่อส่งข้อมูลแบบ realtime กลับไป ให้แพทย์การตรวจรักษาเบื้องต้น ผ่าน video conference นำไปสู่การบริการทางการแพทย์ในรูปแบบใหม่ๆ ที่รวดเร็วประหยัดเวลา  ประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทางตัวอย่างดังกล่าวเรียกว่า
Telemedicine หรือ ระบบแพทย์ทางไกล เป็นหนึ่งในการนำเทคโนโลยีของ 3G มาประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลโดยไม่จำเป็นต้องเคลื่อน ย้ายผู้ป่วย หรือในพื้นที่ที่ยากต่อการเดินทางเข้าถึง ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว ผู้ป่วยสามารถรับการรักษาจากแพทย์ที่ประจำอยู่ในตัวเมืองใหญ่ได้ทันที ผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีพยาบาลและแพทย์ประจำท้องถิ่นเป็นผู้ประสานงาน

             เทคโนโลยี3G กับ การศึกษา
การเรียนการสอนผ่าน video conference ประหยัดการเดินทาง ค่าอาหารนอกบ้าน
การเรียนรู้ผ่าน video clip ลดค่าใช้จ่าย การเรียน เพิ่มการเข้าถึงแหล่งความรู้อย่างเท่าเทียม
การเรียนรู้ผ่านศูนย์การเรียนรู้กลาง ผ่านเว็บไซต์

ที่มา

  GPS ( Global Positioning System )

Used GPS Tracking

 
           GPS หรือเรียกชื่อเต็มว่า  Global Positioning System ซึ่งหมายถึง ระบบที่ใช้ระบุพิกัดของตำแหน่งบนพื้นโลก มีลักษณะการทำงานโดยการรับสัญญานจากดาวเทียมแต่ละดวง ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลที่ระบุตำแหน่งและเวลาขณะส่งสัญญาณ ตัวเครื่องรับสัญญาณ GPS จะประมวลผลความแตกต่างระหว่างเวลาในการรับสัญญาณเทียบกับเวลาจริง ณ ปัจจุบันเพื่อเปลี่ยนเป็นระยะทางระหว่างเครื่องรับสัญญานกับดาวเทียมแต่ละดวง และเพื่อให้เกิดความแม่นยำในการค้นหาตำแหน่งด้วยดาวเทียม ต้องมีดาวเทียมอย่างน้อย 4 ดวง เพื่อบอกตำแหน่งบนผิวโลก

GPS Navigator            GPS Navigator1



การนำไปใช้งาน

          •ป้องกันรถยนต์สูญหายจากพวกมิจฉาชีพโจรกรรมไป โดยเมื่อรถมีการเคลื่อนที่ระบบที่เราตั้งไว้เมื่อมีการถูกโจรกรรมระบบจะตัดการทำงานของรถ เช่น สามารถสั่งเครื่องยนต์ให้ดับได้ และรถจะไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ อีกกรณีเราสามารถบอกตำแหน่งให้กับตำรวจ เพื่อการติดตาม ค้นหา สกัดจับได้ สามารถฟังเสียงสนทนาได้
         
            •นำไปใช้กับพวกระบบรถขนส่ง ตรวจจับ การขับขี่ของพนักงานขับรถ ป้องกันพนักงานขับรถออกนอกเส้นทาง ป้องกันพนักงานขับรถเร็วเกินกำหนด ในรถแท็กซี่ ก็เอาไว้เผื่อมีเหตุร้าย กับรถแท็กซี่ หรือ กรณีเรามีรถเยอะๆ ป้องกันปัญหาเมื่อลูกน้องมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้วทิ้งรถไป เราก็สามารถหารถเจอได้
ก่อนที่มิจฉาชีพจะขโมยไป ต้องเอาเจ้าตัว GPS tracking ไปซ่อนไว้ในรถเราก่อน หลังจากเรารู้ว่ารถหาย ก็โทรศัพท์เข้าเครื่อง GPS tracking จีพีเอส ก็จะส่ง SMS เป็นพิกัดมาให้ เราก็เอาค่าที่ได้ไปหาว่าพิกัดที่ได้ไปคำนวณหาใน google map ส่วนแ

             •อีกหนึ่งเหตุผลของการนำไปใช้งาน เมียสืบจับว่าแฟนไปหากิ๊กที่ไหนได้ โดยแอบซ่อน GPS trackingไว้ในรถของสามี แล้วสามารถสืบค้นหาตำแหน่งได้

              •นำไปใช้กับระบบนำทางหรือGPS นำทาง เมื่อเราออกเดินทางโดยไม่ทราบตำแหน่งของจุดที่เราจะไป เราสามารถพึ่งระบบนำทางจากเจ้า จีพีเอส นี่ได้ ชึ่งระบบนี้สามารถบอกตำแหน่ง ณ จุดที่สามารถรับสัญญาณได้ทั่วโลก และที่สำคัญใช้งานฟรีครับผม หากเรามีเครื่องรับสัญญาณก็สามารถรับได้เลย โดยก่อนนี้ใช้ในเรือ และเครื่องบิน


ประโยชน์การใช้งานเกี่ยวกับ จีพีเอส(GPS)

•การกำหนดพิกัดของสถานที่ต่าง ๆ

•การนำทาง

•การติดตามรถยนต์

•การใช้ประโยชน์กับที่ดินโครงข่ายหมุดดาวเทียม GPS ของกรมที่ดิน

•การกำหนดจุดเพื่อบรรเทาสาธารณะภัย เช่นเสื้อกักชูชีพที่มีเครื่องส่ง GPS

•การวางผังการจัดส่งสินค้า

•การติดตามบุคคล

•การติดตามการค้ายาเสพติด

•การนำไปใช้ทางการทหาร

•การนำไปใช้กับการกีฬา

•การสันทนาการ เช่น กำหนดจุดตกปลา และหาปลา

•การท่องเที่ยว



ที่มา
 http://board.nickcs.com/index.php?topic=31172.0#.UoMphHDFHHQ
http://www.vajira.ac.th/kt/modules.php?name=News&file=article&sid=14
 



วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ศัพท์ IT



   ศัพท์ IT
   
            Web page คือ  สารสนเทศ หรือเอกสารที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะเขียนด้วยภาษา HTML  ซึ่งจะมีการกำหนดเนื้อหาและรูปแบบต่างๆ เช่น ข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหวที่มีเสียงประกอบ  (video  &  audio files)  hypertext links

               
              Web Site  คือ คำที่ใช้เรียกกลุ่มของ Web page ภายใน Web Site จะประกอบไปด้วย Homepage และ  Web page โดยมักจะใช้เรียกเว็บที่มีขนาดใหญ่ และมีการจดทะเบียนชื่อเว็บไซด์นั้นๆไว้แล้ว (Domain Name) เช่น
http://www.geocities.com ,http://www.sanook.com , http://www.yahoo.com



             Homepage คือ คำที่ใช้เรียกหน้าแรกของเว็บไซด์ ซึ่งจะประกอบไปด้วยเมนูต่างๆ คล้ายกับหน้าปกนิตยาสาร หรือ เมื่อเปิดเว็บไซต์นั้นขึ้นมา โฮมเพจ ก็จะเปรียบเสมือนกับเป็นสารบัญและคำนำที่เจ้าของเว็บไซต์นั้นได้สร้างขึ้น เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์องค์กรของตน และ ภายในโฮมเพจก็อาจมีเอกสารหรือข้อความที่เชื่อมโยงต่อไปยังเว็บเพจอื่นๆอีกด้วย


   Home page คืออะไร โฮมเพจ คือ หน้าแรกของเว็บไซต์

                Upload คือคือ  การโอนย้ายไฟล์หรือข้อมูลจากที่หนึ่งไปอีกทีหนึ่ง เช่น การโอนไฟล์หรือว่าข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา  ไปไว้บน อินเตอร์เน็ต หรือว่า โอนไฟล์ไปไว้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ  ที่มีการเชื่อมต่อกันอยู่

                 Downlond คือ การนำไฟล์หรือข้อมูล  หรือการโอนไฟล์ของข้อมูลจากเครื่องอื่น  หรือบนอินเตอร์เน็ตมาบันทึกไว้ในเครื่องคอมพ์ของเรา                   Browser คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถท่องเที่ยวไปในโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างไร้ขีดกั้นทางด้านพรมแดน ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆ ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่ Internet Explorer และ Nescape Navigator


                                              

                 Mbps คือ Megabit Per Second หน่วยที่ใช้ในการวัดอัตราความเร็วในการส่งหรือรับข้อมูลต่อ 1 วินาที หมายถึงหนึ่งล้านบิตต่อวินาที เป็นการวัดฺBandwidth การไหลรวมของสารสนเทศในเวลากำหนด บนตัวกลางโทรคมนาคม ช่วงของ bandwidth ขึ้นกับตัวกลางและวิธีการส่ง ในบางครั้งวัดเป็น Kbps (พันบิต หรือ kilo bits ต่อวินาที) จนถึง Gbps (พันล้านบิต หรือ giga bits ต่อวินาที) เช่น Mbps ที่มักพบเห็นได้บ่อย คือ การวัดความเร็วอินเตอร์



             html  คือ ภาษา ที่ใช้ในการเขียนเว็บเพจ ซึ่งย่อจากคำว่า Hypertext Markup Language โดย Hypertext หมายถึง ข้อความที่เชื่อมต่อกันผ่านลิ้ง (Hyperlink) Markup หมายถึง วิธีในการเขียนข้อความ language หมายถึงภาษา ดังนั้น HTML จึงหมายถึง ภาษาที่ใช้ในการเขียนข้อความ ลงบนเอกสารที่ต่างก็เชื่อมถึงกันใน cyberspace ผ่าน Hyperlink 
          
                       php   คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ในลักษณะเซิร์ฟเวอร์-ไซด์ สคริปต์ โดยลิขสิทธิ์อยู่ในลักษณะโอเพนซอร์ส ภาษาพีเอชพีใช้สำหรับจัดทำเว็บไซต์ และแสดงผลออกมาในรูปแบบ HTML โดยมีรากฐานโครงสร้างคำสั่งมาจากภาษา ภาษาซี ภาษาจาวา และ ภาษาเพิร์ล  ซึ่งเป้าหมายหลักของภาษานี้ คือให้นักพัฒนาเว็บไซต์สามารถเขียน เว็บเพจ ที่มีความตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว
 
                       asp  ย่อมาจาก Active Server Pages คือ โปรแกรมที่ทำงานบนเครื่อง Web server ซึ่งเป็นการทำงานแบบ Server Side  พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟท์ ประโยชน์ของ ASP ใช้สำหรับสร้างงาน(application)ขั้นสูง ในอินเตอร์เน็ต-อินทราเน็ต ช่วย เสริมการทำงานที่ไฟล์ HTML ธรรมดาทำไม่ได้ หรือต้องการให้งานต่างๆเป็นไปอย่างอัตโนมัติโดยผู้ใช้ไม่ต้องทำการปรับปรุงข้อมูลเอง หรือเรียก DHTML (Dynamic HTML)  คือ เป็นเว็บเพจที่สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะต่าง ๆ ได้

HTML5                         html  5  คือภาษาที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นภาษามาร์กอัพ สำหรับการเขียน Website รุ่นล่าสุด ที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย WHATWG (The Web Hypertext Application Technology Working Group)โดยได้มีการปรับเพิ่ม Feature หลายๆอย่างเข้ามาเพื่อให้ผู้พัฒนาสามารถใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
                        Web Application คือ การจัดสร้างโปรแกรมให้ทำงานอัตโนมัติอยู่บนเว็บไซต์ การนำเสนอข้อมูลแบบอัตโนมัติตามความต้องการของเจ้าของเว็บ การรับบันทึกข้อมูล ประวัติ รายละเอียดต่าง ๆ จากเว็บไปยังฐานข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ทางการตลาด หรือ การติดต่อสื่อสารกับผู้เข้าชมเว็บแบบออนไลน์
                
ที่มาของข้อมูล

http://ngneservice.wordpress.com/2009/09/29/web-page-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/

http://www.websmartpro.net/home/index.asp?autherid=25&ContentID=10000024&title=%E0%C7%E7%BA%E4%AB%B5%EC%A4%D7%CD%CD%D0%E4%C3&bttcol=False

http://www.mindphp.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/73-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/2089-home-page-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html


http://www.codingbasic.com/html.html


http://lightspeed.in.th/Mbps-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-11-23-385



http://www.dstd.mi.th/board/index.php?topic=879.0


http://www.sunzan-design.com/2013/01/php.html

http://www.mindphp.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/73-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/2314-asp-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html


http://www.microsoft.com/thailand/msdn/ie9_html5.aspx


http://noowoon-kannikar.blogspot.com/